Methee's profile゚☆○ o Dreamfity :: ''คว...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 19 Stand byIt's because of my faith,
in how it should be, I never consider and that's why I let you, drive me, drive me crazy It's not a question, or trying ones fortune What it's all about, is to fight to make it live, To make it live and survive And I won't be scared, of the hard times that will come We'll get to a level, when we get through and then we just go on and on So stand by, stand by
Stand by , stand by =======================
you fill my world with so much hope
I'm yours hope with my dream :]
=======================
November 20 เดินไปด้วยกันนะห้องนั่งเล่น : ไม่เหมือนเดิม
ผ่านพ้นมาแล้วอีกหนึ่งเทอม
เรื่องเรียนยังคงมีแรงผ่านพ้นไปได้อีกตามเคย
แต่สำหรับบางเรื่อง
นอกจากแรงกาย คงต้องมีแรงใจควบคู่กันไป
เริ่มกลับมาสู่สภาวะคงตัว
ไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่หวั่นไหว แต่ยังรู้สึกเจ็บ
บางครั้งก็แอบคิดไปเองว่า
ความเจ็บนั้นมันคงทุเลาลงไป ด้วยคำพูดจากใครบางคน
ที่กลุ่มกับเพื่อนๆ ยังคงเหมือนเดิม
ล่าสุดสมาชิกในแก๊งค์ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมประชัน
ในงานกีฬาของภาควิศวฯไฟฟ้า
ปรากฎว่า....ส่งไป 3 ทีม บัดนี้ได้ตกรอบกันถ้วนหน้า
หัวลำโพง1 หัวลำโพง2 หัวลำโพง3
ที่ใช้การ Rotation ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นแม้แต่น้อย
เห็นแผนการทำทีม รู้ได้เลยว่า
โค้ชทีมนี้ มันแฟนบอลลิเวอร์พูลแน่นอน
เทอมนี้ลงทะเบียนเรียนไป 20 หน่วยกิจ
เป็นของไมเนอร์ Power ซะครึ่งหนึ่ง
เป็นอันว่านอกจากดีกรีไฟฟ้าอิเล็คทรอนิคส์แล้ว
ไฟฟ้ากำลังก็เป็นอีกสาขา ที่จะช่วยให้มีทางเลือกในวันข้างหน้ามากยิ่งขึ้น
เริ่มพิจารณาตัวเอง ตอนนี้ก็โตขึ้นมากแล้ว
ถึงแม้จะมีน้องๆ ชอบเรียกว่าลุง ว่าปู่ กันบ้าง
แต่ทำยังไงก็ยังไม่ชินเสียที
ผมนี่คงทำตัวเหมือนเด็ก ไม่ก็เป็นประเภทไม่ยอมรับความจริงสินะ
แม้ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
แต่หลายคนก็ต้องตายเพราะความจริง
ที่ยังอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะหาความสุขได้อีกไหม
เมื่อภาพที่ฝันไว้นั้น มันไม่ได้เลิศหรูอะไรเลย
ตอนครั้งเป็นเด็ก ฝันอะไรไว้ก็มากมาย
เติบโตมาจึงรู้ว่า นอกจากจะมีความสุขเมื่อทำความฝันนั้นสำเร็จ
ความสุขที่มีมากไม่ต่างกัน
ก็คือ ยามที่เราได้ฝัน และตั้งใจจะไขว่คว้ามันมาด้วยความพยายามของตัวเราเอง
วันนี้ แม้ปากจะไม่ยอมรับความจริง (ว่าตัวเองแก่ )
แต่ภายในใจก็รู้อยู่เต็มอก ว่าเราไม่ใช่เด็กแล้วนะ
และความสุขใจที่ขอแค่ได้ฝันในวันนั้น
มันก็คือลมหายใจที่ต่อชีวิตเด็กคนนึง ให้วันนี้พร้อมเจอกับสิ่งใหม่ๆ อีกครั้ง
ก้าวเดินไปด้วยกันนะ....
===================================================
ศาลาพักใจ : แมงเม่าใน Universe
วันนี้....
ระยะห่างยังคงเดิม แต่นานวัน....นานวัน ... ... ... ... ระยะห่างกลับดูไกลแสนไกล ฉันไม่รู้ว่าใครขีดกั้นมันเอาไว้
หรือจะมีใครมองลงมาหรือเปล่า ในความรู้สึกของแต่ละวัน
คงเป็นเหมือนควันที่เข้ามาและจางหายไป เขาว่ากันว่า ''แมงเม่า'' ชอบบินเข้ากองไฟ
คงไม่ต่างอะไร ที่ฉันเป็นแบบนั้น บางครั้งสิ่งที่คิดที่ฝัน
อาจจะเจ็บและรู้ว่าไม่เป็นจริง แต่ทุกครั้งที่หลับตา เหมือนกับว่าฉันทำได้จริง คนธรรมดาที่รอวันนั้น เธอคงไม่เห็นฉันในวันนี้
รอหน่อยเถอะนะสักนาที แล้วสักวัน....ฉันจะดีพอ ......................... Cuddle up close Lay on my chest now Listen my heart beat's coming down If you get tired you close your eyes now When you wake up I won't be found ''Universe'' inside of your heart
You gotta let me know so you can be free You wanted it so much, and now that it's over You don't know what you want ===================================================
กล่องข้อความ
จะไปด้วยกันกับฉันไหม..?
==============================================
September 12 Gray Diaryห้องนั่งเล่น : ในห้องนั่งเล่น
สวัสดีความฝัน(ครึ่งสุดท้าย)
วันนี้มีเวลาว่างนิดหน่อย
ถึงมันจะเล็กน้อย เสมือนใจของคนเรา
แต่ผมก็ยังอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้ ณ ที่ๆ คุ้นเคย
เผลอแปบเดียวใกล้จะสอบไฟนอลแล้ว
งานเยอะมากมาย หนังสือก็ยังไม่เริ่มอ่านสักวิชา
ด้วยเรี่ยวแรงที่มี....
ความฝันที่มีอยู่นี้คงไม่ลอยหายไปไหนอีกนะ
ที่หายหน้าหายตาไปนาน(เหมือนกับที่แล้วๆมา)
เป็นเพราะช่วงนี้กำลังเป็นช่วงถ่ายโอนเทคโนโลยีใหม่
พูดง่ายๆ กำลังจะเปลี่ยนคอมฯ ให้ไฉไลกว่าเดิม
แต่จนแล้วจนเล่า พี่ชายผมก็ลืมเอามาให้ทุกที
ที่ห้องจึงยกเลิกการติดไวเรสไปก่อน
เป็นผลดีที่ทำให้ผมได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
ได้มีเวลาทุ่มเทกับบางสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
รวมถึงการเรียน ที่ผลลัพธ์ออกมาดีหลังสอบกลางภาคจบลง
ที่คณะปีนี้รู้สึกจะเฮฮามากกว่าปกติ
ทุกวันศุกร์พวกเรามีนัดเตะบอลที่สนามแถว อบก. เก่า
มีเรื่องราว วีรกรรมต่างๆ ของแต่ละคนมาเล่าให้ฟังไม่เว้นแต่ละวัน
เร็วๆนี้ เรื่องราวของผม คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจะทำให้ใครหลายๆ คนหัวเราะ และมีความสุข
ทุกครั้งที่เข้ามาในนี้
แม้จะยามสุข หรือ ยามทุกข์ แม้จะไม่ต้องบอกว่าผมดีใจ หรือ เสียใจ
ใครหลายๆ คน ก็ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า
แม้จะเป็นเพียงคำพูดลอยๆ หรือตัวอักษรที่พิมพ์ผ่านคีย์บอร์ดนั้น....มันเป็นเรื่องจริง
ขอบคุณคำพูดโกหกที่มอบให้ผม เพราะจนแล้วจนเล่าผมก็จับไม่ได้สักที
ขอบคุณคำพูดที่จริงใจ ที่ผมสัมผัสได้ เหมือนบรรทัดข้างบน
ไม่ว่าคุณรู้จักผม และคิดกับผมอย่างไร
ผมต้องขอกล่าวคำขอบคุณจากใจจริงๆ ที่ทำให้ความฝันนี้มันมีความหมาย
พิมพ์มาถึงบรรทัดนี้แล้ว
ใครหลายคนอาจจะ งงๆ ว่าผมพร่ำเพ้ออะไร
ถูกแล้วที่ใครจะคิดแบบนั้น
เพราะผมเองก็มีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆ อยู่ในจิตใจเหมือนกัน
เขียนเรื่องราวในชีวิตพลางมองก้อนเมฆขาวที่อยู่ตรงหน้า
จากก้อนสีขาวๆ น่ากอด น่าสัมผัส จนกลายมาเป็นสีเทาๆ ดีกรีความน่ากอดลดลงเล็กน้อย
สุดท้ายมาเป็นสีส้มเมื่อตะวันตกดิน จนมืดสนิท ไม่เหลือความน่ารักในตัวของมัน วันพรุ่งนี้ฟ้าของผมคงโล่งไร้เมฆ ถึงจะมีก้อนใหม่ที่ผ่านมา ผมก็เหนื่อยที่จะมองและไล่ตาม
ห้องนั่งเล่น ยังยินดีต้อนรับทุกคนเหมือนเดิม
เหมือนห้องที่ทาสีใหม่อยู่ทุกวัน
เมื่อทุกอย่างตกแต่งเข้าที่เข้าทาง
แล้วเรามาร่วมยินดีด้วยกันนะ
ฉันยังมี ''หัวใจ'' แต่มันเป็นใจที่ ''ไร้ความรู้สึก''
==========================================
กล่องข้อความ
1. ความตั้งใจคือ ลงไดอารี 4 กันยา ปีนี้ที่ตั้งใจไว้เลยไม่ได้ทำ
2. ขอบคุณทุกคำอวยพรที่ให้มาในวันเกิด 4 กันยายน ที่ผ่านมานะครับ
3. หวังว่าจะได้กลับมาออนไลน์บ่อยๆ จะกลับไปไดอารีอิส ไม่ก็ ไดอารีฮับสักที
4. น้องบาส พี่ก็เชื่อ ว่าพี่บอลของเรา รับรู้ว่าพวกเราคิดถึงเค้าได้
5. watashiwa sora o miru
==========================================
July 10 ก๊อก ก๊อก ก๊อกห้องนั่งเล่น : ความฝัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
มาเคาะเรียกไดอารี
ตื่นได้แล้วนะคนดี
โลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมาย
....สวัสดีความฝัน
พบกันเมื่อคิดถึง
นานๆ ทีเขียนถึงเธอสักทีนึง
เพราะคิดถึง ถึงได้มา
จำฉันได้หรือเปล่า
วันที่เรานั่งวาดฝัน
ให้สัญญากันและกัน
ว่าสักวันต้องเป็นจริง
ขอโทษในวันเก่า
ทิ้งเธอเหงาให้คอยอยู่
แม้ตัวไกลแต่ใจนั้นรับรู้
ว่าเธอเฝ้าดูอยู่ ตรงที่เดิม
ฉันคนเดิมในวันนั้น
อาจแปรเปลี่ยนไปในวันนี้
แต่ขอสัญญากับคนดี
จะรักความฝันนี้ตลอดไป
.....
....
เอาล่ะ...ไปไล่ตามความฝันกันเถอะ !!
=========================================
กล่องข้อความ
1. พักสเปซยาวจนกว่าจะสอบเสร็จนะครับ กลัวความฝันหนีหายไปไหน
2. มองไม่เห็นด้วยตา แต่ฉันรับรู้ได้ด้วยใจ
3. ไม่สบายน่ะตอนนี้ น้ำมูกไหลเอาๆ หวังว่าคงหายไวๆ นะ
4. บริการรับฝากความคิดถึง ^^
=========================================
June 23 Tea for three with meห้องนั่งเล่น : ดอกไม้ไฟ ใน ลมหนาว
=====================================
ฉันเป็นดอกไม้ไฟ เธอจำได้หรือเปล่า
สวยงาม ระยับพราวอยู่บนฟ้าใกล้ๆ แต่งเติมในคืนที่เธอเหงา อยู่ในคืนไร้ดาว แบ่งเบาเวลาเงียบงันในใจ....ของเธอ ฉันเป็นดอกไม้ไฟ จำฉันได้หรือเปล่า หวังเป็นดั่งแสงดาวอยู่บนท้องฟ้าไกล แค่เพียงประกายก็ลาลับ ไม่ยั่งยืนดังแสงดาว อยากให้เธอรักฉันเหมือนเธอ...รักดาว รักเธอ ก็พุ่งไปจะส่องประกายบนฟ้า แค่พอทันรอยยิ้มของเธอก่อนจะดับไป มีคนถามมาว่าช่วงนี้ว่างเหรอ
คงจะเป็นเพราะผมมีเวลามานั่งเขียนอะไรๆ บ่อยขึ้น
จนบางครั้งก็ว่างจนลืม
ลืมไปว่า เราทำสิ่งๆ นั้น ไปหรือยัง
อาทิตย์นี้หยุดเรียนไปสองวัน
ทำไมคนกลางอย่างผม
ถึงไม่สบายแทนเจ้าตัวปัญหาทั้งสามคนนั้นนะ
หลังจากเคลียร์ปัญหาจบไปหนึ่งยก ผมก็ปวดหัวมากจนไม่ได้ไปเรียน
อย่างที่บอก
คงต้องปล่อยให้เวลาเป็นตัวเยียวยาหัวใจ
บางครั้งก็ไม่มียาตัวไหน หรือคำพูดใด ที่จะมาช่วยรักษา
อาการป่วยไข้ทางจิตใจ ได้ดีเท่า ''เวลา''
เทอมนี้ลงทะเบียนเรียนกับอาจารย์ดุสิต 2 วิชา
ในขณะที่เรียนวิชา Electronic Materials
อาจารย์พูดขึ้นมาว่า ทำไมsec นี้ถึงสอนไปไวกว่าอีก sec หนึ่ง
ทั้งๆ ที่สอนเหมือนกัน หรือเป็นเพราะเวลามันไม่เท่ากัน
ผมได้ยิน ก็รู้ว่าอาจารย์คงพูดติดตลก
และเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ก็ได้ยินอาจารย์พูดแบบนี้อีกเป็นหนที่สอง
อืมม..ม ถ้าเวลามันไม่เท่ากันจริงๆ
ก็อยากให้เวลาช่วงนี้มันผ่านไปไวๆ หน่อยก็คงจะดี
ปีนี้เป็นปีที่พวกเราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น
ไปไหนด้วยกันมากขึ้น แต่ปัญหามันก็มากขึ้นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
ไม่แปลกเลยที่จะเจออารมณ์ฮาๆ
ไปจนกระทั่งอารมณ์เศร้าๆในเวลาเดียวกัน
ขึ้นต้นไดอารีวันนี้ด้วยบทเพลงหนึ่ง
บทเพลงที่กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว
แต่มันจะยังคงไพเราะ
และทำให้ผมจดจำตลอดไป
ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
ก็คงเหมือนกับอีกหลายๆ คน
ที่ฟังเรื่องราวของพวกเขาผ่านบทเพลงต่างๆ
และ '' ดอกไม้ไฟ '' คือหนึ่งในนั้น
วันนี้แม้มันจะเป็นเรื่องเศร้า
ที่เราอาจไม่ได้เห็น Tea for three อีกแล้ว
หรือถ้ายังคงมี
ความรู้สึกก็คงแปลกแตกต่างออกไป
หลายครั้งที่คนเรากลายเป็นดอกไม้ไฟสำหรับใครคนหนึ่ง
ในความเต็มใจเป็นคนที่แอบรักเธอนั้น
ภายในจิตใจลึกๆ ก็อยากให้เธอหันมองมาบ้าง
หรืออย่างน้อย ก็อย่าหันมองเลยผ่านไป ราวกับว่าฉันไม่มีตัวตน
หลายครั้งที่ดอกไม้ไฟ จะยังคงส่องแสง
ดังเช่นในเพลง
หากมันจะช่วยทำให้เธอมีรอยยิ้ม
ในยามที่เธออ่อนล้า แม้ฉัน....จะอ่อนแรง
ฉันเป็นดอกไม้ไฟที่เธอจำไม่ได้
สวยงามสักเท่าใดแต่ก็จำไม่ได้ หน้าที่ที่มีก็คือรักในช่วงเวลาสั้นๆ อยู่เพื่อเติมเต็มฝันให้เธอก่อนจะดับไป รักเธอ ก็พุ่งไปจะส่องประกายบนฟ้า ....หลับให้สบายนะครับ
พี่ศุภวัฒน์ รัตนโกเมน
======================================
กล่องข้อความ....
1. ใจของคนคอย ผู้ชายในเงาจันทร์ แด่คนเคยรัก ดอกไม้ไฟ และลมหนาว จะจดจำตลอดไป
2. วันนี้ฝกตกทั้งวัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนอนฟังเพลงในข้อ1
3. ขอให้โลกหมุนด้วยความรักไปทุกวัน
4. คิดถึงคนที่คิดถึงทุกคนเลย
======================================
June 17 ฉัน เพื่อน และสิ่งสำคัญข้างกายห้องนั่งเล่น : เมื่อวันฟ้าจาง
====================================
เราก็ยังอยู่ตรงนี้
จะต่างออกไปก็คงเป็นเพียง ภาระหน้าที่ที่เพิ่มเข้ามา
เมื่อคืนวันผันแปร ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนตามไป
บางครั้งเริ่มไม่แน่ใจ ว่าฉันควรทำอย่างไร ให้ทุกอย่างจบลงอย่างสวยงาม
เราก็ยังอยู่ตรงนี้
ความผูกพันที่มีอยากให้รู้สึกว่าเหมือนเดิม
เราไม่ใช่เทวดา ที่จะทำทุกอย่างให้เป็นดังใจหวัง
ไม่แปลกที่วันนี้พูดได้ไม่เต็มคำ ว่าเรา..ไม่เหมือนเดิม
เราก็ยังอยู่ตรงนี้
คำว่าเพื่อนที่เคยมี ดูลดน้อยไปไหม
คนสองคน.....สามคน ส่งผลต่อทุกจิตใจ
แล้วฉันจะทำอย่างไร ต่างก็เป็นเพื่อนกัน
เราก็ยังอยู่ตรงนี้
ความกดดันยังคงมีไม่จางหาย
ไม่แปลกใจ...ไม่ท้าทาย
ฉันยังเป็นแค่ชายคนเดิม
====================================
สวัสดีความฝัน
วันนี้ว่างมาเจอกันอีกแล้ว
หลังความคิดล่องลอยไปแสนไกล
บ้างก็ขี้เกียจแอบหลบไปเข้านอน
ผมยังอยู่ดีมีสุข(หรือเปล่า)
ผมยังคงมีฝันให้ตามหา(แน่นอนที่สุด)
ผมยังขี้เกียจในหลายๆเวลา(ใช่เลย)
ผมยังมีค่ากับคุณ? (ช่วยตอบที)
วันนี้วันอาทิตย์
อาทิตย์ที่สองของการเปิดเทอม
เป็นสองอาทิตย์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า
เส้นแบ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ มันเกิดชนกันขึ้นมา
หลายๆ วันมานี้ เกิดเรื่องขึ้นมากมาย
ทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องของเพื่อน
ไม่เคยคิดเลยว่า เรื่องราวต่างๆ
มันจะวุ่นวายกว่าที่เคยคาดคิดไว้
หลายครั้งที่คนเราทำอะไรลงไปโดยไม่ใช้เหตุผล
หลายครั้งที่คนเราใช้อารมณ์ตัดสินถูกผิด
แต่สำหรับเรื่องราวนี้
ความใกล้ชิด เป็นสาเหตุให้เกิดการบาดหมาง
รักสามเส้า ไม่ได้มีแต่ในนิยาย
ผมรู้ว่าชีวิตจริงมันโหดร้าย
แต่เพิ่งจะพบเจอความโหดร้ายนั้นเข้ากับตัวเอง
แม้จะเป็นเรื่องราวของคนอื่น แต่ผมคือคนกลางที่ไม่รู้จะทำเช่นไร
นั่นก็เพื่อน นี่ก็เพื่อน
สิ่งที่ทำได้คงเป็นเพียง ปลอบใจและให้กำลังใจ
อยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม แต่ผมคงไม่มีแรงพอ
ดีที่สุดในตอนนี้ คงปล่อยให้เวลาเป็นตัวเยียวยาหัวใจ
เรี่ยวแรงของผมหายไป เพราะเหนื่อยหัวใจเป็นเหมือนกัน
บางทีความฝัน มันก็หนีจากเราไปไม่ทันตั้งตัว
ขอบคุณกำลังใจที่แสนดี
ให้วันนี้ยังมีแรงเดินต่อไป
เมื่อวันที่มีปัญหา
เหนื่อยล้าทั้งกายใจ
ทำให้รู้ ''ฝัน'' นั้นสำคัญมากแค่ไหน
จะนานเท่าไร ฉันจะรอเธอ....
=================================================
กล่องข้อความ
Kasetsart U. to UHM : ขอบคุณพี่ยู พี่หนึ่ง พี่นะ พี่ปุ้ย พี่พี่ปุ๊ย พี่ปุ๋ย พี่บอย พี่ป้อม พี่น๊อต ฯลฯ
สำหรับความรู้ ความสนุก และประสบการณ์ทุกอย่าง ในการฝึกงาน
KU64 to KU67 : แล้วเราก็เจอกัน ขอให้มีความสุขในรั้วนนทรีนะครับ
Me to Freedom life group : พูดกันไม่เหมือนเดิม คิดกันไม่เหมือนเดิม แต่ยังรักกันเหมือนเดิม
Me to M.6/15 : คิดถึงทุกคนมากมาย
Me to My dream : put time in a capsule แล้วสักวันฉันจะดีพอ
================================================= May 06 ฤดูฝนห้องนั่งเล่น : กล่อม
====================================
ตะวันลับลา ท้องฟ้าหลับใหล
สายลมชื่นใจ โชยกลิ่นเกสร
หมู่ดวงดารา โอนเอนเพลงไพร
สำเนียงเรไร บอกให้เข้านอน
จะคอยพัดไกว ให้ร้อนเบาบาง
ริ้นไรให้ห่าง อย่ามากล้ำกลาย
เก็บดาวให้เธอ ไว้หนุนอิงกาย
พักให้สบาย อย่าได้กังวล
'' สวัสดีครับ.... ''
เริ่มต้นประโยคแรกแบบไม่ค่อยคุ้นเคย
แต่มันก็มีเหตุผลตรงกับชีวิตในช่วงนี้
ขณะที่เขียนอยู่ ก็เริ่มเข้าสู่เดือนที่สองของการฝึกงาน
เผลอแปบเดียว อีก 20 กว่าวัน ชีวิตก็จะกลับมาสู่รูปแบบปกติ
ผมไม่อยากบอกว่าได้อะไรจากการฝึกงานครั้งนี้
พูดได้เพียงว่า ทุกๆ วันที่ต้องไปทำงาน
ความรู้สึกอบอุ่น ผูกพัน มันมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังใหม่ ที่มีพี่ๆ แต่ไม่มีน้อง (เพราะผมเด็กสุด)
เหมือนกับที่เคยคิดไว้ แต่วันนี้ได้มากกว่าที่หวังไว้เสียอีก
ก่อนที่อะไรๆ จะถูกบรรยายออกมาเสียหมด
ผมขอเก็บความทรงจำ เรื่องราวต่างๆ มาเขียนเมื่อมีโอกาส
ผมชอบที่จะสรุปเรื่องราวอะไรสักอย่าง เขียนถึงใคร หรือ สิ่งใดๆ ในครั้งเดียว
อย่างน้อยก็เป็นการให้เกียรตื และรำลึกถึงเขาหรือสิ่งนั้นๆ ได้ไม่ยากเมื่อหันย้อนกลับมา
แต่บางเรื่องเช่นความรัก บทสรุปคงหาไม่ได้ มันคงต้องมีต่อไป เหมือนความฝันที่ล่องลอยอยู่ทุกวัน
ประโยคเริ่มต้นที่ว่า สวัสดีครับ
สาเหตุก็คือ นอกจากจะเรียนมาในทางวิศวกรรมแล้ว
ผมก็เริ่มหัดเป็น operator ประจำออฟฟิศกับเขาเหมือนกัน
พี่ๆ ที่เป็น sale engineer มักจะยุ่งเอามากๆ
จะมีเด็กฝึกงานประจำออฟฟิศซึ่งมีผมคนเดียวนั่นละ ที่มีหน้าที่สำคัญคอยรับโทรศัพท์ในบางเวลา
มีหลายครั้งที่เจอแบบสบายๆ เราก็รอดตัวไป
แต่ที่เจอบ่อยๆ จะเป็นประเภทรับแล้ว ไม่รู้จะโอนไปให้ใคร หรือแบบฮาๆ ก็มี
มีอยู่สายนึง ผมตอบไปว่า '' พี่ปราโมทย์ ออกไปหน้างานครับ ''
อีกสักพักผมก็พูดขึ้นไปอีกว่า '' คือ พี่เขาไม่อยู่ออฟฟิศน่ะครับ ''
ปลายทางก็จะขำๆ แล้วตอบมาว่า '' รู้แล้วค่ะ ว่าออกหน้างาน คือไม่อยู่ออฟฟิศ ''
ผมเริ่มมารู้ตัวนะว่าบางทีภาษาไทยไม่แข็งแรง
บางครั้งจะเบลอๆ ตีความหมายผิดๆ ไป
แต่ก็โชคดีที่ยังไม่เคยเจอเรื่องราวอะไรใหญ่โต
บางครั้งพี่ที่ทำงานให้งานมาพิมพ์ หรือมาสแกน ก็จะเกิดอาการ งง ก่อนจะเข้าใจ
ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่เพิ่งเข้าใจว่า การรับสาร-ส่งสาร คนต่างวัยก็มีส่วนให้ผิดเพี้ยนได้เหมือนกัน
ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะพบเจอผู้คน , ประสบการณ์ใหม่ๆ
ผมยังต้องพบเจอกับ 2 ฤดูที่แตกต่างกัน ภายในไม่กี่วัน
จากร้อนสุดๆ กลายเป็นเปียกปอนสุดๆ
ฟังข่าวได้ความว่า ปีนี้เมืองไทยจะร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
ไม่กี่วันต่อมา กรมอุตุฯบอกว่า ปีนี้ฤดูฝนจะมาเร็วกว่าทุกปี!! เอ้อ..ให้มันได้อย่างนี้สิเมืองไทย
หลังจากสงกรานต์ ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย
เริ่มรู้แล้วว่าชีวิตการทำงาน ทำให้เวลาบางส่วนเราหายไป
บางครั้งมาถึงจุดหนึ่ง เราก็ต้องเลือกระหว่าง หน้าที่ กับ สิ่งที่เคยชิน
แต่เมื่อวันนั้นมาถึง
ผมก็ขอให้สิ่งที่เป็นหน้าที่นั้น เป็นสิ่งที่เรารัก และเคยชินกับมันได้ในทุกๆ วัน ก็คงดี
เคยมีหลายคนถามผมว่า จบไปแล้วจะทำงานอะไร
ปีหน้าก็ปี 4 แล้วสินะ ผมคงต้องมีคำตอบในใจไว้บ้าง
ผมไม่ปฎิเสธเลยว่า เรื่องเงินเดือนเป็นปัจจัยต้นๆ ที่จะเลือก
ผมตอบเขาไปว่า เงินเดือนก็เท่าความสามารถเรานะพี่
แต่ถ้าทำแล้วสบายใจ ผมก็ไม่ลังเลเลย
ชีวิตเข้ามาสู่เวลาที่ต้องพยายาม มุ่งมั่น ตัดสินใจ และสุดท้ายคือการรอคอย
ไม่รู้มันเกี่ยวกันได้ยังไงนะ
ไม่ว่าเราจะรีบเดินไปเท่าไร ไม่ว่าเราจะเร่งรีบสักแค่ไหน
แต่สำหรับบางเรื่อง เราต้องรอ รอโดยปราศจากเงื่อนไข
รอคำตอบ รอโอกาส ให้เราพิสูนจตัวเอง กับความฝัน ฝันนั้นไม่มีที่สิ้นสุด....
โอ้ละหนอ หนอ หนอ จันทร์กระพ้อลู่ลม
เจ้ากระต่ายแสนกล วาดวิมานดารา
โอ้ละหนอ หนอ หนอ เธอจงพักสายตา
ในอ้อมอกนิทรา หลับเถิดหนาคนดี
........
........
........
........
จาก : เพลงกล่อม โดยวิเชียร ตันติพิมลพันธ์
===================================
March 09 ชีวิตกลางวัน ความฝันกลางคืนห้องนั่งเล่น : ชีพจร2
สอบเสร็จเป็นที่เรียบร้อย
แต่เป็นการสอบที่เสร็จสิ้นด้วยความกังวล
กังวลในครั้งนี้อาจลุ้นหนักกว่าครั้งผ่านๆ
หวังว่า ความพยายามที่มี จะช่วยให้ผ่านพ้น
ช่วงเวลาที่เรา อยากเห็นบทสรุปที่สวยงาม
ช่วงปิดเทอมซัมเมอร์
คงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สำคัญ
การนำเอาความรู้จากที่เล่าเรียนมาตลอด 3 ปี สำหรับการฝึกงาน
จะได้รู้กันเสียทีว่า....
เรามีความสามารถ เพียงพอที่จะไล่ตามความฝันได้หรือยัง
ระยะนี้รู้สึกเหมือนกับว่า
คนรอบข้างค่อยๆ หายไปทีละคน
อาจเป็นเพราะภารกิจของแต่ละคน ที่ไม่เหมือนกัน
หรืออาจเป็นเพราะผมทำตัวเองให้ว่างมากเกิน
เวลาที่เหลือจึงต้องอยู่กับตัวเองและหาอะไรทำ ให้วันหนึ่งวันคล้อยหายไป
นอกจากฝึกงานแล้ว
ยังมีโครงการหลายอย่างที่คิดไว้
แต่ไม่อยากพูดอะไรมาก จนกว่าผมจะเริ่มลงมือ
บางทีการพูดไปแล้ว แต่เราไม่เคยได้ทำมัน
จะทำให้ชีวิตของเรา ดูแย่ในสายตาตัวเอง
ยิ่งใกล้เรียนจบ ก็ยิ่งอยากเร่งเวลาให้มาถึงไวๆ
คล้ายกับวันที่เราสอบเข้ามหาลัยได้
เหมือนกับโลกทั้งโลกของเรา กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง
เกิดความท้าทาย เกิดความต้องการใคร่รู้
ว่าโลกใบนั้น จะมีอะไรซ่อนอยู่
บางทีมันก็กลัวนะ
กลัวทำให้ตัวเองผิดหวัง
แต่ผมไม่เคยกลัวว่า จะทำให้คนที่รักเราเสียใจ
เพราะตลอดเวลากว่า 20 ปี แม้รอยยิ้ม จะไม่เกิดขึ้นทุกวัน
แต่น้ำตาแห่งความเสียใจ ก็ไม่เคยมีจากคนที่รักเราเช่นกัน
วันข้างหน้า ผมพร้อมเสมอที่จะพบเจอเรื่องราวใหม่ๆ
มันก็เหมือนกับเวลาที่เราใส่รองเท้าแล้วก้าวเดินออกจากห้อง
แม้เรื่องหลักๆจะเหมือนเดิม แต่สะเก็ดของชีวิต มันแปลกแตกต่างกันทุกวัน
หากชีวิตมันจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง มันก็ไม่สำคัญอะไร
ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้น ทำให้เรามีความสุข
สุขของผมเวลานี้ มันก็แปรผันไปตามเวลา
คล้ายๆ กับความต้านทานของโลหะ ที่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ
จะว่าไปแล้ว ถ้าชีวิตของคนเราขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ จะเป็นเช่นไรกันนะ
ถ้าผมเลือกได้ ก็คงให้มันเป็นไปเหมือนวันเก่าๆ ที่ฤดูกาลตรงตามเวลา
แม้อาจมีช่วงที่หงุดหงิดกายใจบ้าง แต่อย่างน้อย เราก็ยังมีโลกใบนี้ให้ได้อาศัย
โลกใบใหญ่ที่เล็กลงทุกวัน ของเราทุกคน....
==========================================
'' กว่าจะเจอคนที่ใช่สำหรับเราเป็นเรื่องที่ยาก
แต่เราจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเขาหรือเปล่า เป็นเรื่องที่ยากกว่า ''
นายชัดเจน. บางรักซอยเก้า
==========================================
February 06 Let's Goห้องนั่งเล่น : ชีพจร1
ขณะนี้เป็นเวลา 5.15 น.
ใกล้ฟ้าสางเต็มที
แต่ผม ก็ยังอยากที่จะเขียนอะไรสักอย่าง
ในค่ำคืนที่หนาวๆ กับอารมณ์เหงาๆ
ไดอารีของวันเก่า
จบลงย่อหน้าสุดท้าย ด้วยคำบอกลา
ขอโทษ ขอบคุณ และความรัก
ที่มอบให้เพื่อน ที่สักวันเราคงได้พบกันในโลกใบใหม่
ชีวิตในแต่ละวัน
ดูเป็นปกติ หรือพูดง่ายๆ ว่ายังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
'' จะขยันแล้วนะ จะตั้งใจแล้วล่ะ ''
ประโยคเหล่านี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินตอนอยู่ปี1
ซัมเมอร์นี้ได้ที่ฝึกงานแล้ว
จากที่เพื่อนๆ อยากห้อยสอยตามกันไปด้วย
สรุปผมเลยฉายเดี่ยว เลือกไปบริษัท UHM เพียงลำพัง
บางทีการเริ่มต้นที่ดูเหมือนสายไป คงได้นับ1 เสียที
เดือนนี้กลับบ้านเยอะกว่าปกติ
ผลพวงมาจากได้หยุดช่วงงานเกษตรแฟร์
งานปีนี้หมดงบไปเยอะพอสมควร
แต่เป็นการใช้เงินที่มีความสุข เมื่อเห็นรอยยิ้มจากคนรอบข้าง
ความสุขที่สุดเวลานี้
คงหนีไม่พ้นเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัว
ได้ใช้ชีวิตแบบเด็กๆ ในความคิดแบบผู้ใหญ่
และสุขสุดท้าย คงเป็นการได้คิดถึงคนที่อยู่แสนไกล อย่างเช่นเวลานี้นั่นเอง
ศาลาพักใจ : เวลากับความฝัน
ความฝัน เราฝันไปไกล
แท้จริงแล้วมันอยู่ใกล้ตัว
ฉันฝันแบบนั้น ฝันไปไกล
และในวันนี้ หนึ่งความฝันมันก็ลอยจากไป พร้อมการสูญเสียหนึ่งคนที่สำคัญ
วันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แต่บางครั้งมันกลับฆ่าเราให้ตายอย่างช้าๆ หากยังจมอยู่กับความหลัง
ฉันเคยเป็นแบบนั้น และวันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
แม้จะคิดถึงวันเก่าๆ ที่พวกเราเคยเรียนด้วยกันในบางเวลา
สุดท้าย วันนี้ ก็อดเขียนถึงนาย ไม่ได้สินะ
เร่เข้ามาวันนี้มีขายฝัน
วันเวลามันสั้นรีบไขว่คว้าเป็นเจ้าของ
จะล้มลุก คลุกคลาน น้ำตานอง
เริ่มนับหนึ่งให้ถึงสอง ก้าวเดินไป
....โชคดี เพื่อนรัก
January 21 หลับให้สบายห้องนั่งเล่น : เพื่อนรัก
วันนี้คงเป็นวันหนึ่งที่ดูเศร้าหมอง
ส่วนหนึ่งของความฝัน ต้องสูญหาย
ข่าวร้าย ที่ได้รับ แต่คงทำได้เพียงเท่านี้
ช่วงเวลาจากนี้ไป กูขอมอบให้มึงเพียงคนเดียว....
ถามว่าเวลาช่วงไหนของชีวิตกู
ที่มีสีสันและเฮฮาที่สุด
ช่วงที่ชีวิตไร้แก่นสาร แต่ก็มีความสุข
คงตอบได้เต็มปาก ว่าชีวิตสมัยอยู่มัธยมต้น
มึงเลขที่ติดกับกู
กูเกลียดขี้หน้ามึงตั้งแต่วันแรกที่เจอ
แต่แปลกใจที่สุด ที่มึงเรียนเก่งกว่าใคร
ขัดกับหน้าตา ที่ใครหลายคนไม่ชอบมึง
วัชรศักดิ์ ทิมรอด หรือไอ้บอล คือชื่อของมึง
เลขที่8 ห้อง ก. กูยังจำได้ดี
ครั้งหนึ่งกูเคยทะเลาะกับมึง
มึงผลักโต๊ะกระแทกใส่กู แต่กูก็เอาฟุตเหล็กตีมือมึง
กูไม่รู้ว่าสนิทกับมึงเมื่อไร
นึกได้อีกทีก็มีมึง มีกู มีไอ้เป้ ไอ้วุธ ไอ้ด่วน ไอ้มด
ไอ้แม๊ก ไอ้ไฝ ไอ้ลภ ไอ้เบ ไอ้อู๋ ฯลฯ อยู่กลุ่มเดียวกัน
ทั้งๆ ที่แต่ละตัวแสบๆ ทั้งนั้น แต่ก็อยู่ด้วยกันได้
มึง เป็นคนที่แดกข้าวโครตไว
และมึงก็จะกระตุ้นเพื่อนทุกคนให้ทำตาม
เพราะรีบที่จะไปจองสนามเตะบอลกันตอนกลางวัน
มึงเล่นบอลไม่เก่ง แต่มึงก็พยายามชิบหาย จนติดตัวโรงเรียน
มึงฮามาก เป็นห่าอะไรวะ ทำกูหัวเราะได้ทั้งวัน
แต่มึงก็แย่มาก ชอบแกล้งกูอยู่เสมอ
มึงรู้ใช่ไหม ว่ากูไม่ชอบแกล้งเพื่อน
จำคำกูได้ไหมเวลาเล่นบอล '' เจ็บได้ แต่เสื้อเลอะไม่ได้ ''
เวลาเล่นบอล มึงชอบเอามือมาถูเสื้อกู
กูด่ามึงตลอด แต่มึงกลับหัวเราะชอบใจ
มือมึงนี่โครตโสโครก
กูไม่ได้ซักผ้าเอง แม่กูซัก กูเลยเคืองที่มึงทำให้แม่กูงานหนัก
มึงชอบยืมเงินกูประจำ เห็นกูเป็นธนาคารเคลื่อนที่หรือไง
แต่กูก็โง่ประจำ ให้มึงยืมตลอด รู้ทั้งรู้ว่าไม่ได้คืน
กูจำคำมึงได้ดี '' ของมึงก็อยู่ที่มึง นี่อยู่ที่กูก็เป็นของกูสิ ''
หรือเวลาที่มึงเจอของใครหล่น มึงก็จะถามว่า '' นี่ของใคร '' แล้วนับ 1 ถึง3 ก่อนเก็บใส่กระเป๋า
ตอนเราอยู่ม.3 ด้วยกัน ดูเหมือนว่า บ.ฉ. ถูกพวกเรายึดครองไว้ได้หมด
จำวันที่สอบเสร็จวันสุดท้ายได้ไหม
เราเล่นฟุตบอลกลางฝนด้วยกัน ใต้ตึก7
น้ำท่วมใต้อาคารเต็มไปหมด ดูแล้วเหมือนเล่นโปโลน้ำมากกว่า
วันนั้นพวกเราสนุกกันมาก
สนุกถึงขนาด ไอ้วุธ เอ่ยปากว่า '' ปีหน้าเล่นกันใหม่นะ ''
เรานั่งรถตุ๊กๆ กลับบ้านด้วยกัน
เพราะสภาพแบบนั้น รถสองแถวคงไม่รับขึ้นรถ
ตกเย็น ฟุตบอล กับ ตะกร้อ ยังเป็นกีฬา ที่พวกมึงยึดถือไว้ไม่เสื่อมคลาย
ตั้งโต๊ะหลังห้อง ทำเป็นสนามตะกร้อขนาดย่อมๆ
ใส่เจล หัวตั้ง กะไปเหล่สาว หลังเลิกเรียน
และร้านน้ำแข็งใสร้านพี่ขาประจำ ที่พวกฝากข้าว ฝากของราวกับว่าเป็นบ้านตัวเอง
หลายครั้งที่มึงกับกู คิดและทำอะไรด้วยกัน
จำได้ตอนนั้นกูมีรถป๊อบคันหนึ่ง
มึงขี่มอไซด์ กูขี่รถป๊อบ
กูลองแล้วมอไซด์น่ะ แต่ชนอาม๊า ข้างบ้าน อย่างที่พวกมึงรู้ๆกันไง
สุดท้ายเวลาบ้านมึงใช้รถ
มึงก็ยังดั้นด้น นั่งสองแถวมาลงบ้านกู
แล้วเอาอีป๊อบของกู เตร็ดเตร่ไปเที่ยวกัน
ร้านก๋วยเตี๊ยวเนื้อ กับร้านอาหารอิสานตรงวัดดอนทอง กูจะไม่ลืมเลย
อาทิตย์นั้น มีฟุตบอล ทีมชาติอังกฤษเตะ
กูตั้งนาฬิกาไว้ตีสอง
กะว่าพอตื่นมา จะไป 7-11 ซื้อขนมมาเลี้ยงมึง และก็นั่งเชียร์บอลด้วยกัน
แต่มึงก็เสือกหลับยาวกับกูยันสว่าง
มึงจีบผู้หญิงมั่วไปหมด
กูด่ามึงหลายครั้ง ว่าอย่าทำแบบนี้
แต่เวลาที่มึงพูดกับกู น้ำตามึงพาจะไหลตามมาด้วย
กูถึงเข้าใจ และให้กำลังใจมึงเสมอ
แม่มึง เคยฝากให้กูช่วยดูแลมึง
บางครั้งมึงก็ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
เสียงดัง อารมณ์ร้าย
แต่แม่มึง กลับให้กูช่วยดูแลมึง เพราะสุดท้ายมึงก็มีกู คอยแก้ปัญหาตลอดมา
ไอ้บอล
กูมีเรื่องราวของมึงเต็มหัวกูไปหมด
กูไม่อยากจะนึกถึงมึงแล้วว่ะ
น้ำตากู มันจะไหลแล้วล่ะนะ
ไอ้บอล
มึงอย่าเข้าใจกูผิด ตอนม.4ที่กูมีแฟนคนแรก
กูขอโทษ หากทำให้พวกมึงคิดว่า กูเห็นยุ้ยสำคัญกว่าเพื่อนอย่างพวกมึง
รักครั้งแรกของกู แลกกับเพื่อนแบบพวกมึง ถึงวันนี้กูเข้าใจแล้ว ว่ามันไม่คุ้มค่าสักนิด
ไอ้บอล
กูฝันมาตลอดว่า สักวันที่กูเรียนจบ
แล้วมีโอกาสได้เจอหน้าพวกมึง
กูจะเข้าไปคุย ไปขอโทษ ทำอย่างไงก็ได้ให้พวกมึงกลับมาคบกูอีกครั้ง
ไอ้บอล
ถ้ามึงมีกู เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดกับมึง
กูจะไม่ให้มึงแดกเหล้า
ถ้ามึงแดก กูก็จะขับรถ พามึงไปส่งบ้านเอง
ไอ้บอล
ไอ้ห่าเอ้ย
มึงจะรีบตายไปไหนกัน
มึงมีแม่ มีพ่อ มีน้องให้ดูแลอีกนะ
ไอ้บอล
กูขอโทษ
ขอโทษที่เป็นเพื่อนที่ไม่ดีพอ
ขอโทษที่กูช่วยดูแลมึง ตามที่แม่มึงขอร้องไม่ได้
เฮ้ย กูจำคำมึงได้อีกอย่างแล้วละ
'' เวลามีเรื่องกัน จะกลัวอะไรวะ ไม่มันก็เราที่เจ็บ ''
แต่วันนี้ กูเจ็บว่ะ
เจ็บที่ไม่ได้ช่วยอะไรมึงเลยสักนิด
วันนี้ กูเพิ่งได้ข่าว ว่ามึงตายแล้ว
มึงแดกเหล้าแล้วขับรถชน
ทำไมมึงไม่มาเข้าฝันกูมั่งวะ
แม้แต่วันเผา ก็เลยมาแล้ว หรือมึงจะยังโกรธและไม่ให้อภัยกู
ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะเพื่อนรัก
ขอบคุณสำหรับคำพูด และประสบการณ์ดีๆ ที่มึงช่วยสอนกู
มึงไม่เคยฉุดให้กูไปทำเรื่องร้ายๆ เพราะมึงคิดว่ากูเป็นน้องชายมึงคนหนึ่ง กูรู้ดี
กูก็คิดว่ามึงเป็นพี่ชายคนหนึ่งเหมือนกัน
..........
...........
.............
หลับให้สบายนะเพื่อนรัก แล้วสักวัน เราคงได้พบกัน
แก่เพื่อนรักและพี่ชาย.....สิบตำรวจตรีวัชรศักดิ์ ทิมรอด
January 09 ศักราชใหม่ห้องนั่งเล่น : ไม่เปลี่ยน
หายหน้าหายตาไปนาน
ก็คงเหมือนกับคนใกล้ตัว
ที่ดูเหมือนเวลา
ยังเป็นข้ออ้างที่ดีและเป็นจริงเสมอ
วันนี้เวลาของผม
มีพอที่จะกลับมาเขียนเรื่องราวของตัวเองเหมือนวันเก่าๆ
แม้มันไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ทั้งหมด
แต่ผมก็มีความสุขทุกครั้งที่มีเวลาแบบนี้
การรอคอย ยังไม่มีทีท่าจะจบลง
มีแต่จะช่วยเพิ่มให้เรานับเดินไปข้างหน้า
รอคอยทั้งวันนี้ ว่าเธอจะมาไหม
และรอคอยทั้งวันข้างหน้าว่า เราจะทำได้หรือเปล่า
ซัมเมอร์นี้ ได้เวลาฝึกงานสักที
แต่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่า ที่หมายนั้นอยู่ที่ใด
สอบมิดเทอมก็เพิ่งเสร็จไปในวันสิ้นปี
เรื่องราวดีๆ มีเข้ามา ตามความเป็นจริงของชีวิต
ก่อนฉลองศักราชใหม่
คนไทยคงมีความสุขน้อยลง กับเรื่องร้ายๆ ในกรุงเทพฯ
แต่ก็หวังว่า เมื่อวันที่1 ในหน้าปฎิทินเริ่มต้นขึ้น
มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ในปีหมู 2550 นี้
ผมเองก็เริ่มต้นปีใหม่ปีนี้ที่บ้านกับครอบครัว
บ้านเราไม่ได้มีอะไรพิเศษแตกต่างจากวันก่อน
นอกเสียจาก ความเข้าใจ ที่มีต่อกัน
แต่ผมก็มีความสุข แม้ว่าอะไรๆ จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
คืนวันที่ 31 หลังจากเสร็จสิ้นการสอบวิชาสุดท้าย
ผมเดินทางกลับบ้านทันที พอถึงบ้านก็หลับยาวไม่รู้ตัว
คืนนั้น คุณตาเข้ามาห่มผ้าให้ผม หลังจากวันที่1ผ่านพ้นมา 3ชั่วโมง
ผมได้แต่บอกขอบคุณครับในใจ ความอบอุ่นจากคุณตา กันหนาวได้จริงๆ
มีเรื่องอีกมากมายที่ผมอยากจะเขียนเก็บเอาไว้
แต่ข้ออ้างของผม คือ เวลา มันกำลังมาเหมือนเคย
หลังจากนี้ คงดีที่ผมจะบอกว่า ความรู้สึกเดิมๆ กำลังจะกลับมา
มันไม่ได้แปรเปลี่ยนไปตามตัวเลขของ พ.ศ.ที่เพิ่มขึ้น
เวลาเปลี่ยน..คนจะเปลี่ยนไหมนะ
รูปลักษณ์ภายนอกอาจเปลี่ยนแปลงกันได้
เวลาเปลี่ยน..จิตใจคนจะเปลี่ยนไหมนะ
..ฉันอยากรู้.. แล้วเธอล่ะ จะเปลี่ยนไปไหม ? ps.Thanks Fahfung for special day for me....
April 06 สรุป....ก่อนออกเดินทางห้องนั่งเล่น : ใต้นภา บนปฐพี
หายไป หนึ่ง..สอง...สาม
เอ...สี่.....ห้า ถึงไหมนะ
อืม หก ได้มั้ง
ประมาณนั้นละ หายหน้าไป 6 เดือน
เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตมั่ง ? ถ้าจะให้เล่าคงยาวน่าดู
ขณะนี้เป็นช่วงเรียนซัมเมอร์ครับ
จบปี 2 แล้ว และกำลังจะขึ้นปี 3
จบอย่างทุลักทุเล กับเกรดที่แสนรันทดใจ
ยังดีที่ได้บุญเก่าหนุนนำอยู่มากมาย
วันนี้เลยยังสบายๆ ยิ้มได้อย่างที่ควรจะเป็น
แต่ละวันที่หายไป
ไม่มีกิจกรรมหรือสิ่งอื่นใดที่ดูเป็นพิเศษ
นอกเสียจากการไปมหาวิทยาลัย
กลับมาที่ห้องแล้วเล่นเกม หรือนอนดูทีวี
แต่สิ่งที่ไม่เคยลืม คือ การเขียน เขียนในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข
ยิ่งนานวันผ่านไป
เราเริ่มรู้สึกโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่รู้ตัว
แม้บางทีจะหลุดนิสัยเด็กๆ ออกมาบ้างก็ตาม
หลายๆ ครั้งที่กลับไปอ่านสิ่งที่เราเขียน
อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเราไม่รู้จักโตเสียที
คำในแต่ละประโยคเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่ดี
ว่าเรา เติบโตมากขึ้นเพียงใด
วันนี้ เราอาจเขียนอีกอย่าง
พอวันข้างหน้า มันก็กลายเป็นอดีตไปอีกแล้ว
ทำให้ผมรู้สึกว่า เราจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้อีกต่อไป
ไดอารีที่เขียน ตั้งชื่อไว้ว่า ไดอารีที่มีความฝัน
หากใครสักคน นึกสงสัยและย้อนถาม
ความฝันของคุณคืออะไร?
เราคงหยุด ก่อนที่จะป้อนคำถามให้กับใจหาคำตอบ
....ใช่ แล้วความฝันของเราคืออะไร ?
แปลกไหม คนที่เชื่ออยู่เต็มหัวใจ ว่าเขามีความฝัน
แต่ไม่สามารถตอบอย่างฉับพลันว่าความฝันนั้นคืออะไร
ขีดๆเขียนๆ มานาน แต่ไม่รูว่าความต้องการคืออะไร
หากวันนี้มีใครสักคน เกิดความสงสัย ตั้งคำถามอีกครั้งใหม่
คำตอบที่จะให้ คือคำตอบที่คิดแล้วจากใจ และจะไม่เปลี่ยนแปลง
......
...
..
.
หยุดเวลา ณ ตรงนี้
ย้อนเวลาสู่ความทรงจำในวันเก่า ใต้นภา บนปฐพี กับแสงดาว แต่ไร้เงาคนเคียงข้างอยู่ใกล้กัน ขอเวลาฉันหวนคิด...ถึงความหลัง
ก่อนความฝันจะไปไกลเมื่อฟ้าสาง ณ ราตรีเดียวดายในหมู่ดาว จะขอเล่าความทรงจำให้กลับคืน ก่อนที่แรงของม่านตาจะมืดมิด
ก่อนสมองหมดแรงคิด ถึงความหลัง โอ้ ดาวเอ๋ยช่วยเป็นพยานก่อนแล้วกัน ให้ความฝัน ช่วยชายคนนั้น สู่ความจริง a day is a dream.
January 04 วันนี้....ที่ตรงนี้ห้องนั่งเล่น : one day
วันนี้....คงมีใครหลายคน
มีคำถามเกิดขึ้นภายในใจมากมาย
คงไม่แตกต่างอะไรกับคนๆ นี้
ที่ใช้เวลาหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่ทุกวัน
ที่ตรงนี้....ยังมีฝัน
มีคำตอบให้ทุกสิ่งอยู่เสมอ
แม้วันนี้จะไม่ได้พบ ไม่ได้เจอ
เพียงมีเธอก็เกินพอ
อีกไม่นานก็จะจบปี 2 แล้ว
อะไรหลายๆ อย่าง
มันผ่านเข้ามาและจากไปไวเหลือเกิน
จนบางครั้ง ก็ลืมทำสิ่งที่สำคัญไปอยู่เสมอ
ดูท่าทาง กำหนดการที่จะจบภายใน 4 ปี
อาจเลื่อนไปเป็น 4 ปีครึ่งก็ได้
แต่ถึงยังไง จบออกมา
ก็เป็นวิศวกรที่ดี ไม่แพ้ใครๆ ได้อย่างแน่นอน
จบออกมาแล้ว
คงต้องขอลาไปศึกษาพระธรรมสักระยะ
เป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุด
ที่พ่อกับแม่ตั้งตารอคอยจากลูกชายอย่างผม
ชีวิตจริง กับ ความฝันในไดอารี
บางครั้งมันดูแตกต่างกันอย่างมากมาย
แต่บางครั้งเส้นขนานสองเส้นนี้
ก็สามารถมาบรรจบกันได้อย่างไม่รู้ตัว
ความผูกพันกับเพื่อนๆ ที่มหาลัย
เริ่มลดน้อยลง
กลายเป็นความถวิลหาถึงความทรงจำเก่าๆ
ชีวิตวัยเด็ก หรือกระทั่งชีวิตในสมัยมัธยมเข้ามาทดแทน
เมื่อสิ่งต่างๆ ผ่านไป สิ่งใหม่ๆ จะเข้ามา
คงรวมถึงเธอ ที่เข้ามาทำให้ชีวิตฉันมีความหมาย
วันนี้สิ่งที่รัก อาจถูกปิดกั้นให้ห่างกัน
แต่เชื่อได้ว่าสักวัน ความฝันที่คิดไว้คงได้กลับมาทวงสัญญา
ไดอารีจำนวนมาก เขียนเสร็จกองไว้ มากกว่า lecture note
ความคิดต่างๆ ถูกรวบรวม มากกว่า ลิ้นชักใบเก่า
ความทุกข์ ความเศร้า เก็บไว้เป็นเพียงเงา
ความสุขของสองเรา ช่วยกันแบ่งปัน
เมื่อเวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยน
รูปลักษณ์ภายนอกอาจเปลี่ยนแปลงกันได้
เมื่อเวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยน
แล้วใจเธอล่ะ อยากรู้จะเปลี่ยนไปไหม
อยากเจอ อยากพบ อยากคุยกับเพื่อนๆ ทุกคน
คิดถึง ลูกฟุตบอลกลมๆ กับ ฉายา ไอ้ตัวเล็ก
อยากร้องไห้ในบางเวลาเหมือนเด็กๆ
ไม่อาจย้อนคืน แต่สามารถจดจำ ให้ใจร่าเริง
.......
.......
.......
'' เมื่อความจริงกลับมา....ความฝันจะเป็นจริง ''
December 12 พบกันนานๆ ครั้ง
'' พบกัน นานนานครั้ง อยากพบสักที
December 11 The Beginningความรู้สึก....นี้ยังมีอยู่
นึกคิด....ถึงวันเก่าๆ
คือชีวิต....แท้จริงของตัวเรา
และความฝัน....จะมั่นคงยืนยาวตลอดไป
'' ความรู้สึกนึกคิด คือ ชีวิตและความฝัน ''
|
|
|